Meditech Solution

“คณะแพทย์-วิศวะ จุฬาฯ”สร้างหุ่นยนต์ฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ผลดี ถูกกว่านำเข้า จ่อวิจัยในมนุษย์ คาดเริ่มกลางปีนี้

จุฬาฯสร้างหุ่นยนต์ฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต | เดลินิวส์ „เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.วสุวัฒน์ กิติสมประยูรกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดในสมองเป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป พบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ปัจจุบันด้วยลักษณะการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้พบโรคดังกล่าวในคนอายุน้อยลง ประมาณ 35-40ปี สามารถเป็นโรคดังกล่าวได้ โดยสามารถพบได้ร้อยละ 2 ของประชากร แต่หากเป็นผู้พิการ จะพบโรคนี้ได้มากถึงร้อยละ 10 ทั้งนี้ผู้ที่มีปัญหาถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ ทำให้มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีก จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูบริหารกล้ามเนื้อในจุดที่อ่อนแรง ซึ่งที่ผ่านมามีการใช้นักกายภาพบำบัดเป็นผู้ดูแล แต่จากการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่าการใช้หุ่นยนต์ในการทำกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยเทียบกับการใช้นักกายภาพบำบัดในเวลาเท่ากันหุ่นยนต์จะให้ในการฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยดีกว่า
นพ.วสุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจึงร่วมมือกับภาควิชาวิศวกรรมเครื่องยนต์ ในการพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยทำกายภาพบำบัดผู้ป่วย และมีการทดลองนำร่องในผู้ป่วย5 ราย โดยใช้หุ่นยนต์ทำกายภาพเป็นเวลา 30 นาที โดยนักกายภาพบำบัดอีก 30 นาที และอีกลักษณะหนึ่งคือการใช้นักกายภาพบำบัด1 ชั่วโมง หุ่นยนต์อีก 30 นาที เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวช่วงหัวไหล่ข้อศอก เป็นระยะเวลา 20 ชั่วโมง ผลก็พบว่าผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้ดี แต่ยังไม่สามารถวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ ผู้ป่วยมีความพึงพอใจ และขณะนี้อยู่ระหว่างทำการวิจัยในมนุษย์ กลุ่มตัวอย่าง 60 คนซึ่งจะใช้เวลาในการวิจัยและเก็บข้อมูลประมาณ 1 ปีครึ่ง ทั้งนี้คาดว่าน่าจะสามารถเริ่มโครงการได้ภายในกลางปีนี้
ด้านนายวิบูลย์ แสงวีระพันธุ์ศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องยนต์กล่าวว่า หลังได้รับโจทย์ให้พัฒนาหุ่นยนต์บำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยฯ มาแล้ว ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องยนต์ได้ใช้เวลาในการพัฒนาหุ่นยนต์ดังกล่าวประมาณ1 ปีครึ่งเน้นระบบความปลอดภัยของตัวเครื่องกับผู้ป่วยเป็นสำคัญ ส่วนวิธีการบำบัดสามารถควบคุมได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเหมาะสมกับผู้ป่วยละคนที่มีความแตกต่างกันได้ และมีเกมให้ผู้ป่วยเล่นเพื่อให้ขยับเคลื่อนไหวตามโดยยึดที่พละกำลังของผู้ป่วยเป็นหลักก่อนถ้าแรงไม่ถึงหุ่นยนต์จึงจะช่วยออกแรงส่งให้การเคลื่อนไหวครั้งนั้นประสบความสำเร็จ ซึ่งส่วนหนึ่งจะช่วยเรื่องสภาพจิตใจของผู้ป่วยรู้สึกภูมิใจว่าสามารถเคลื่อนไหวได้และต้องการบำบัดต่อไป
นายวิบูลย์ กล่าวว่า การพัฒนาหุ่นยนต์ดังกล่าวใช้งบประมาณจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โดยผลิตหุ่นยนต์แล้ว 3 ตัว เฉลี่ยแล้วตกตัวละประมาณ 2-3 ล้านบาท แต่ถือว่าราคาถูก เมื่อเทียบกับหุ่นยนต์นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งราคาประมาณ 4 ล้านบาท แต่ของไทยจะมีข้อดี คือมีการใช้มอเตอร์ตัวเล็กกว่าอยู่ที่ 90 วัตต์ ตรงนี้กำลังจะมีการไปจดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้มีการเสริมบาลานซ์ ทำให้หุ้นยนต์สามารถใช้งานได้นานทั้งวันโดยที่ไม่ร้อน อย่างไรก็ตาม ราคาเครื่องมือที่ใช้จริงๆ จะอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท การที่ใช้งบประมาณจำนวนมากตอนนี้ เนื่องจากเป็นการพัฒนาที่มีการลองผิดลองถูก เพราะฉะนั้น ในอนาคตจะสามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกลง และอยู่ในวิสัยที่สามารถผลิตให้โรงพยาบาลไว้ใช้ฟรีได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย.
ที่มา :dailynews.co.th